แอโรบิกเผาผลาญไขมัน ลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน

วิธีการออกกำลังกายชนิดหนึ่งที่นำเอาท่าบริหารกายต่างๆผสมผสานกับทักษะการเคลื่อนไหวเบื้องต้น และจังหวะเต้นรำที่จะกระตุ้นให้หัวใจและปอดต้องทำงานมากขึ้นถึงจุดหนึ่ง ด้วยระยะเวลาที่นานเพียงพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นการสร้างบรรยากาศในการออกกำลังกายที่สนุกสนานรื่นเริงลืมความเหน็ดเหนื่อยและเบื่อหน่ายได้ ทั้งยังสร้างความแข็งแรง ความทนทานของระบบกล้ามเนื้อ ระบบไหลเวียนเลือด หัวใจและปอดได้ดีขึ้น ทำให้รูปร่างสมส่วนมีบุคลิกภาพที่ดี ควรทำสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง ครั้งละประมาณ 15-60 นาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน

แอโรบิกจะเป็นการออกกำลังกายเกือบจะทุกสัดส่วน

เพราะว่ามันต้องเคลื่อนไหวตลอด เมื่อเคลื่อนไหวร่างกายจะสูบฉีดเลือด ทำให้หัวใจทำงาน ช่วยเพิ่มเส้นเลือดฝอยมาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจมากขึ้น ทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดดีขึ้น ลดอัตราการเต้นของหัวใจ เมื่ออยู่ในภาวะการออกกำลังกาย เมื่อกล้ามเนื้อเราแข็งแรง เราจะออกกำลังกายได้ดี ไม่ค่อยเหนื่อย ลองนึกถึงแรกๆ เราไปเต้นแอโรบิค เหนื่อยมากเต้นตามไม่ทันอีกต่างหาก พอเต้นไปสัก 1 อาทิตย์ ร่างกายเริ่มเข้าที่ เริ่มเหนื่อยช้าลง เมื่อกล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง ก็ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง เพราะว่าหัวใจเราสูบฉีดแรงอยู่แล้ว เส้นเลือดต่างๆ ก็ไม่อุดตัน ความดันเลยปกติ

ประเภทของการเต้นแอโรบิก

1.การเต้นที่มีแรงกระแทกต่ำ (Low – impact aerobics dance) การเต้นที่มีแรงกระแทกต่ำ เป็นการเคลื่อนไหวในลักษณะของการกระแทกระหว่างร่างกายกับพื้นที่มีบ้างเล็กน้อยหรือเกือบจะไม่มีเลย
2.การเต้นที่มีแรงกระแทกสูง (High – impact aerobics dance) การเต้นที่มีแรงกระแทกสูง เป็นการเคลื่อนไหวในลักษณะของการกระแทกระหว่างร่างกายกับพื้นที่ค่อนข้างจะรุนแรง
3.การเต้นที่มีแรงกระแทกหลากหลาย (Multi – impact aerobics dance) การเต้นที่มีแรงกระแทกหลากหลายเป็นการเคลื่อนไหวในลักษณะของแรงกระแทกต่ำและแรงกระแทกสูงผสมกัน
4.การเต้นที่ปราศจากแรงกระแทก (No – impact aerobics dance) การเต้นแอโรบิกที่ปราศจากแรงกระแทก เป็นการเคลื่อนไหวของร่างกายที่ไม่มีแรงกระแทกระหว่างร่างกายกับพื้น

ข้อควรระวังในการเต้นแอโรบิก

1)กล้ามเนื้อฉีกขาด ก่อนเต้นแอโรบิกทุกครั้งควรอบอุ่นร่างกายเสมอด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อทุกสัดส่วนให้อยู่ในสภาพพร้อมที่จะออกกำลังกาย
2)ปวดข้อต่างๆ ก่อนอื่นต้องตรวจสอบสภาพร่างกายตัวเองว่าอยู่ในสภาพพร้อมหรือไม่ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องระบบของข้อต่อต่างๆ
3)ข้อเข่าเสื่อม ควรหลีกเลี่ยงท่าอันตรายต่างๆ ซึ่งท่าที่ไม่ควรนำมาเต้นแอโรบิก
4)จุกเสียด ไม่ควรดื่มน้ำในปริมาณมากเกินไป เมื่อรู้สึกเหนื่อยและกระหายน้ำควรจิบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
5)หัวใจล้มเหลวกะทันหัน ไม่ควรดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีสารกาเฟอีนก่อนออกกำลังกาย

การใช้เพลงคลาสสิคช่วยบำบัดจิตใจและสุขภาพของผู้ป่วยได้

3

อิทธิพลของเพลงมีมากในชีวิตประจำวันของคนเรา หากที่ทำงานหรือบริษัทเปิดเพลงบรรเลงก็จะทำให้พนักงานทำงานอย่างกระชุ่มกระชวย หรือขณะที่มีการแข่งขันกีฬา ถ้าเปิดเพลงปลุกใจก็จะทำให้เหมือนมีพลังพิเศษเกิดขึ้น ตรงกันข้ามถ้ากำลังอยู่ในอารมณ์เศร้า อกหัก หากฟังเพลงเกี่ยวกับความผิดหวังก็จะยิ่งทำให้เกิดความตึงเครียด คิดถึงอดีตที่ผ่านมา ดังนั้นเพลงจึงมีอิทธิพลต่อชีวิตและจิตใจทั้งในแง่บวกและแง่ลบ เพลงทำให้สมองดีขึ้น ในโอกาสนี้อยากจะชี้ให้เห็นถึงผลของการฟังเพลงที่มีอิทธิพลต่อสุขภาพจิตและสมอง ซึ่งเพลงประเภทนี้คงไม่ใช่เพลงประเภทแร็พ ร็อคหรือดิสโก้นักสังคมวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยอูเบิรน์และมหาวิทยาลัยสเตดแห่งสหรัฐอเมริกาได้ทำการศึกษาร่วมกันพบว่าดนตรีคันทรี มิวสิค ของอเมริกามีอิทธิพลโน้มน้าวใจอย่างมากเมื่อฟังแล้วอยากฆ่าตัวตายมากกว่าเพลงประเภทอื่นๆ สาระของเพลงจะบอกถึงความวุ่นวายใจในความรัก การทำงานที่ยากลำบาก รวมถึงการกินหล้าจนเป็นพิษสุราเรื้อรัง เมื่อฟังแล้วทำให้เกิดความเบื่อหน่ายชีวิต ไม่อยากสู้ชีวิตอีกต่อไป

 

ที่ประเทศญี่ปุ่นได้มีการทดสอบเรื่องเสียงเพลงที่ผลต่อความเจริญเติบโตของต้นไม้ โดยการปลูกต้นไม้ไว้ 2 แปลง แปลงหนึ่งปลูกแล้วรดน้ำพรวนดินสม่ำเสมอ ส่วนอีกแปลงเพิ่มการเปิดเพลงบรรเลงเข้าไปด้วย ต่อมาพบว่าต้นไม้ที่เปิดดนตรีให้ฟังเจริญงอกงามออกดอกออกผลได้ดีกว่าต้นไม้ที่ไม่ได้เปิดเพลง เพลงที่เขาเปิดนั้นเป็นเพลงประเภทคลาสสิคและไลท์มิวสิค ซึ่งนักวิชาการหลายสาขาเชื่อว่า การฟังเพลงประเภทนี้จะช่วยรักษาโรคและทำให้สติปัญญาฉลาดขึ้น เพลงคลาสิคช่วยให้สมองดีขึ้น โดยให้นักศึกษาฟังเพลงคลาสสิค SONATA IN เปียโนคู่ของโมสาร์ท ใช้สมาธิฟัง 10 นาที ผลปรากฏว่านักศึกษาทุกคนสามารถผ่านการทดสอบโดยมีไอคิวสูงขึ้น 9 แต้ม คำกล่าวของ ฟราสซิส รอเชอร์ นักค้นคว้าทางปราสาทชีววิทยา ค้นพบว่าเพลงร็อคและป็อปที่เป็นที่นิยมอยู่ในอเมริกาทั้งกลางวันและกลางคืน (วิทยุ,โทรทัศน์, แผ่นเสียง,วิทยุในรถยนต์) ดนตรีเหล่านี้มีผลต่อสติปัญญาของมนุษย์ในด้านลบ คือจังหวะดนตรีกระแทกกระทั้น ซ้ำซาก ให้ผลลัพธ์ตรงกันข้าม คือ จะไปทำลายเซลของมันสมองมากกว่าส่งเสริม เพลงคลาสสิกที่ดีช่วยผู้ป่วยพิการได้ นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัดของญี่ปุ่น MR.TAKEOMI AKABOSHI ได้ใช้ดนตรีบำบัดผู้ป่วยพิการให้สามารถเคลื่อนไหวแขนขาได้อีก ทั้งช่วยคลายความเศร้า หงอยเหงา เราจึงเห็นว่าดนตรีสามารถบำบัดรักษาโรคได้

การฟังเพลงคลาสสิคจะช่วยเรื่องความจำได้ดีมากขึ้นะช่วยเรื่องความจำได้ดีมากขึ้น

การฟังเพลงคลาสสิคจะช่วยเรื่องความจำได้ดีมากขึ้น

การฟังเพลงคลาสสิคประเภทโมสาร์ท หรือบีโธเฟน ไม่ได้ช่วยให้เด็กฉลาดขึ้น การวิจัยในครั้งนี้เป็นการหาข้อยืนยันความเชื่อเดิมที่มีมากว่า 15 ปี เคยมีคำแนะนำจากการวิจัยของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเมื่อปี 2536 ทำการวิจัยเด็กจำนวน 36 คน โดยการให้เด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งฟังเพลงคลาสสิค และอีกกลุ่มหนึ่งอยู่ในห้องเงียบ พบว่าวัยรุ่นกลุ่มที่ฟังเพลงคลาสสิคได้รับผลคะแนนการทดสอบด้านเหตุผลดีกว่ากลุ่มที่อยู่ในห้องเงียบ แต่ก็เคยมีการร้องขอหลังจากนั้นว่าให้มีการวิจัยอื่น ๆ เพื่อยืนยันการทดสอบนี้ การวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยเวียนนา ทำการศึกษาตั้งแต่ปี 2536 ถึงปัจจุบันของกลุ่มตัวอย่างจำนวน 3,000 คน จากหลากหลายสาขาวิชาทั่วโลก เปรียบเทียบกลุ่มคนที่ฟังเพลงคลาสสิคเช่นโมสาร์ท หรือของศิลปินคนอื่น ๆ กลับกลุ่มที่ไม่ได้ฟังเพลง พบว่ากลุ่มที่ฟังเพลงคลาสิคมีลักษณะการแสดงออกที่ดีกว่า เมื่อได้รับการกระตุ้น “เราแนะนำให้คุณฟังเพลงคลาสสิค แต่อย่าคาดหวังว่าเพลงคลาสสิคจะช่วยเรื่องความจำ หรือความฉลาดได้มากเท่าที่คุณคาดหวัง”  เพลงคลาสสิคนั้นไม่ได้มีไว้ให้คนแก่ฟังเท่านั้น หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่าเพลงคลาสสิคดีกับเด็กทารกด้วย เพราะนอกจากจะทำให้อารมณ์ดีแล้ว การได้ฟังเพลงยังช่วยเรื่องประสาทการฟังและช่วยเรื่องพัฒนาการทางอารมณ์ของเด็กด้วย เด็ก ๆ และตัวคุณเองควรได้ฟังเพลงคลาสสิคที่เป็นการบรรเลงไม่มีเสียงร้องหรือเพลงที่มีจังหวะทำนองเบา ๆ เพื่อให้สมองได้พักผ่อน ใครที่ชอบเดินฟังเพลงเวลาออกไปข้างนอกไม่ว่าจะเดินถนน ขึ้นรถไฟฟ้า หรือวิ่งจ็อกกิ้งในสวน ลองเปลี่ยนจากการฟังเพลงไม่ว่าจะป็อป ร็อค หรือฮิปฮอป เป็นเพลงคลาสสิคบ้างสิ แล้วคุณจะรู้สึกว่าอารมณ์ดีขึ้น และสบายใจกว่าเดิม

 

สำหรับเด็กทารกแล้ว เพลงคลาสสิคเป็นสิ่งที่ดีเยี่ยม ถ้าลูกคุณร้องไห้ไม่ยอมนอนซักที ให้กินนมก็แล้ว เปลี่ยนผ้าอ้อมก็แล้ว คิดไม่ออกว่าทำไมยังร้องไม่หยุด ก็ลองเปิดเพลงคลาสสิคให้ฟังดูสิ เผื่อจะช่วยได้บ้าง นักวิจัยต่างชาติก็เคยทำการวิจัยมาแล้วว่าเด็กที่ฟังเพลงมีจังหวะทำนองเบา ๆ จะมีไอคิวสูงกว่าเด็กที่ไม่ได้ฟังหาในอินเตอร์เน็ทเดี๋ยวนี้การจะหาเพลงมาฟังเป็นเรื่องง่าย ๆ แค่เปิด Youtube หรือ Google ก็เจอแล้ว ปัญหาของคุณพ่อคุณแม่หลายคนคือไม่รู้ชื่อเพลงว่าจะหาเพลงอะไรมาให้ลูกฟังดี เราก็เลยขอแนะนำชื่อเพลงให้คุณ copy paste กันไปเลยง่าย ๆ เริ่มที่ชื่อศิลปินชื่อดังก่อนละกัน เช่น Mozart, Beethoven, Bach ก็ได้หลายเพลงแล้ว ชื่อเหล่านี้พูดปุ๊บก็มีแต่คนรู้จัก เพลงของ Bach มีจังหวะที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนบอกว่าช่วยในเรื่องของความฉลาด การพูด ความสามารถทางมิติสัมพันธ์ ความคิดสร้างสรรค์ และความจำถ้าจะเจาะจงชื่อเพลง ขอแนะนำ Ballade Pour Adeline, Fur Elise, Poetic Sonatina คุณอาจจะหาคำว่า classical music ไปเลยก็ไม่ว่ากัน

เลือกเพลงอย่างไรให้เหมาะสมกับการออกกำลังกายของตัวเอง

การฟังเพลงคัดสรรหรือเพลงที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์ ทำให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น เมื่อเทียบกับการฟังเพลงที่ชอบและการไม่ฟังเพลงขณะออกกำลังกาย สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายด้วยเพลงคัดสรร สามารถเพิ่มระยะเวลาในการปั่นจักรยานให้นานขึ้น ส่วนผู้ที่ไม่ออกกำลังกายการฟังเพลงไม่สามารถเพิ่มระยะเวลาในการปั่นจักรยาน ให้นานขึ้นได้

นอก จากผลการวิจัยของคนไทยแล้ว ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยบรูเนล ในอังกฤษ ได้ทดลองให้อาสาสมัคร 30 คน ฟังเพลงประเภทไหนก็ได้ พร้อมทั้งออกกำลังกายไปด้วย ผลปรากฏว่า อาสาสมัครสามารถออกกำลังกายได้นานขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 15 ซึ่งเป็นประโยชน์ในการช่วยให้คนอ้วนหรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจสามารถ อดทนที่จะทนออกกำลังกายได้นานขึ้น นอกจากนั้นผลการศึกษายังพบว่า เพลงที่เหมาะกับการกระตุ้นให้คนออกกำลังกาย จะต้องเป็นเพลงที่มีจังหวะความเร็วประมาณ 120-140 บีทต่อนาที เลือกเพลงอย่างไรให้เหมาะสมกับการออกกำลังกายของตัวเอง?

จังหวะของเพลง เลือกเพลงที่มีจังหวะชัดเจน โดยเฉพาะเสียงเบสหรือเสียงกลอง เพราะกลองจะเป็นเครื่องดนตรีที่ให้จังหวะได้ชัดเจนกว่าเครื่องดนตรีชนิดอื่น ถ้าอยากกระตุ้นการทำงานของร่างกายควรเลือกเพลงที่มีจังหวะเร็วและเลือกเพลง จังหวะช้าถ้าต้องการผ่อนคลายหรือสร้างเสริมสมาธิ

เนื้อเพลง ควรเลือกใช้เพลงในการออกกำลังกายที่เราสามารถร้องเพลงนั้นได้จะดีกว่าการฟัง เพลงเพียงอย่างเดียว ซึ่งการร้องเพลงในขณะออกกำลังกายจะช่วยให้เรามีสมาธิจดจ่อกับการร้องเพลง จนอาจลืมเหนื่อยไปเลย ที่สำคัญควรเลือกเพลงที่มีเนื้อร้องที่สร้างสรรค์หรือเสียงคลื่นกระทบฝั่ง เสียงน้ำตก เสียงนกร้อง ก็ช่วยให้อารมณ์และจิตใจสงบ จะช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายได้ดี

ความดัง เสียงเพลงที่ดังจะกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการตื่นตัว หัวใจทำงานหนักขึ้น ไม่ควรเปิดเพลงดังมากขณะออกกำลังกาย หากใช้เสียงเพลงที่ดังในระดับต่ำถึงปานกลางจะช่วยให้เกิดความรู้สึกที่สงบ และผ่อนคลายร่างกาย เหมาะสำหรับช่วงการผ่อนคลายร่างกาย (Cool down) หลังเสร็จสิ้นการออกกำลังกาย

ออกกำลังครั้งต่อไป ลองหาเพลงเพราะๆ ดนตรีสบายๆ ไปฟังกันบ้าง เผื่อจะออกกำลังกายกันได้นานขึ้นอีกหน่อย

เลือกฟังเพลงคลาสสิคทำให้ร่างกายจิตใจสบาย

เลือกฟังเพลงคลาสสิกทำให้ร่างกายจิตใจสบาย

ดนตรีคลาสสิกเป็นเพลงไพเราะอันทรงคุณค่า เป็นดนตรีของยุโรปนับตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 17 มาจนถึงราวปี ค.ศ. 1820 เป็นดนตรีที่มีแบบฟอร์มสลับซับซ้อน มีทั้งเพลงประเภทเต้นรำ เพลงรักเพลงทีบรรยายถึงธรรมชาติ จะมีลักษณะบรรยากาศที่ช้าและเร็วสลับกันไป เป็นดนตรีที่เกิดขึ้นจากในวัดในโบสถ์จนกลายมาเป็นเพลงชาวบ้านมีกระบวนเพลงด้วยกันหลายกระบวนเร็ว-ช้า-เร็ว สลับกันไป เป็นเพลงที่มีศักยภาพสูงมากในการสื่อสารทางอารมณ์และสติปัญญาอย่างเข้มข้นและลึกซึ้ง มีความวิเศษและเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์มาก ก็เพราะได้รับการยกย่องกันว่าเป็นเพลงคลาสสิกของทุกวัฒนธรรมสามารถตอบสนองการรับฟังของมนุษย์เราได้ในทุกระดับซึ่งบทเพลงของดนตรีกลุ่มนี้ รับรองกันแล้วว่าดีถึงขนาด อยู่มานานและจะอยู่ไปได้อีกนานๆ เป็นผลงานของศิลปินที่มีความสมบูรณ์ ความบริสุทธิ์ ความกระจ่างชัดในด้านเนื้อหาและแบบแผนหรือรูปทรง  ทั้งเป็นสมบัติล้ำค่าของมวลมนุษยชาติ (classicในที่นี้แปลว่า อมตะ ไม่ตายง่ายๆ) บางบทบางประเภทก็ประเทืองปัญญา บางบทบางประเภทก็ประเทืองอารมณ์อันลึกซึ้งละเอียดอ่อน บางบทบางประเภทก็มีพลังลึกล้ำที่สามารถปลดปล่อยความรู้สึกและอารมณ์ที่ขึ้นๆลงๆตามประสามนุษย์ของเราได้ดียิ่งกว่าเพลงประเภทอื่นใด สรุปคืออยู่มาได้นานและจะอยู่ต่อไปได้อีกนานๆ เพราะเป็นดนตรีที่เข้มข้นสุดฤทธิ์สุดเดชในหลากหลายทางยิ่งกว่าเพลงประเภทใดๆ โมสาร์ท เอฟเฟค(The Mozart  Effects ) เป็นเรื่องกำเนิดมาจากการวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาสติปัญญาเด็กด้วยการให้เด็กฟังเพลงคลาสสิก  ได้เริ่มต้นจากข้อสมมติฐานที่เชื่อว่าเด็กจะโตขึ้นและมีสติปัญญาฉลาดเฉลียว ถ้าได้ให้ฟังเพลงคลาสสิก มีข้อสมมติฐานดังกล่าวมีต้นกำเนิดมาจากผลงานค้นคว้าในปี 1993 ของ Frances Rauscher นักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย University of California วิทยาเขตเออร์ไวน์

การวิจัยเกี่ยวกับ The Mozart  Effect  : เพลงคลาสสิคทางเลือกใหม่ของการพัฒนาศักยภาพสมองให้เกิดการเพิ่มพูนความทรงจำและความเฉลียวฉลาด(อริยะ สุพรรณเภษัช:2543) หลายปีที่ผ่านมา  ได้มีการทดลองซึ่งได้แสดงให้ทราบว่าการฟังดนตรีคลาสสิกจะทำให้สามารถเพิ่มพูนความทรงจำ  สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เรียกกันว่าThe Mozart Effect   เพราะว่าเพลงที่คัดเลือกมาใช้มาใช้ในการเพิ่มพูนความจำนั้นเป็นเพลงของ Wolfgang Amadeus Mozart  ประชาชนที่ได้อ่านรายงานเกี่ยวกับการทดลองนี้จากวารสารและหนังสือพิมพ์ชื่อดังต่าง ๆ ก็สนใจที่จะฟังเพลงคลาสสิคเพราะว่ามันน่าจะเป็นวิถีทางที่ดีที่จะเพิ่มพูนความจำและเพิ่มความเฉลียวฉลาดทางปัญญา